ถ้าใช้อย่างมีลิมิตยาลดความอ้วนไม่อันตราย

คำบอกเล่าของกูรูลดน้ำหนัก จากน้ำหนักร้อยกว่าโลเหลือ 70-80 โล โดยรูปที่แนบโชว์นั้นหล่อ หุ่นดี สำหรับคุณผู้หญิงเฉลี่ยราว 45-55 โลหรือมากกว่าตามความพึงใจของกูรู พวกเขาเล่าผ่านเว็บบล็อกต่าง ๆ ว่า “ตนเคยลองมาหมดแล้ว ทั้งยาลดความอ้วน กาแฟลดน้ำหนัก หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างว่าลดน้ำหนักได้ดี” “มันไม่เคยได้ผลกับพวกเขาเลย” สุดท้ายการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร และความมานะบากบั่นก็ทำให้พวกเขาผอมได้ แต่พวกเขาต้องมีแรงบันดาลใจที่ดีเหมือนกัน

แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญต่างบอกว่ายาลดความอ้วนมีสารควบคุมพิเศษ “ไซโบทรามี” ผสมอยู่ ซึ่งสารตัวนี้จะกดฮอร์โมนความอยากอาหารของคนเรา ทำให้ไม่ค่อยหิวนั่นเอง น้ำหนักของคนที่ทานยาลดความอ้วนจึงลดลงฮวบฮาบ เพราะร่างกายดึงไขมันสะสมไปใช้เป็นพลังงาน ทานได้พักใหญ่หลายคนตัดสินใจหยุดยาเพราะเห็นว่าได้ผลตามต้องการแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่หุ่นสวยผอมกลับเป็นอ้วนเหมือนเดิม เพราะโยโย่เอฟเฟกที่ตามมา

ยาลดความอ้วนใช้แล้วไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมีหรือไม่ คำตอบขึ้นกับตัวผู้ทานเอง เพราะยาลดความอ้วนตามสถานเสริมความงามจะเข้าไปลดความอยากอาหารเท่านั้น ไม่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่กระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย ส่วนวิธีการใช้ยาลดความอ้วนไม่ให้เกิดโยโย่เอฟเฟคคือ วิธีการหยุดยาลดความอ้วนที่ถูกต้อง การหยุดยาลดความอ้วนที่ถูกต้อง คุณต้องปรับปริมาณยา จากสัปดาห์สุดท้ายที่ทานเป็นประจำ ปรับเป็นสัปดาห์ละ 4 วัน (วันเว้นวัน) และลดเป็น 3, 2, 1 จนกระทั่งคุณรู้สึกว่าการทานอาหารเป็นปกติ ไม่มีอาการโหยหาอาหารอย่างหนัก เฉลี่ยแล้วขั้นตอนการหยุดยาลดน้ำหนักจะอยู่ที่ 1-2 เดือน25563

บางคลินิกที่จำหน่ายยาลดน้ำหนัก หรือโรงพยาบาลเสริมความงามที่มีชื่อเสียง จะจ่ายยาหยุดให้กับผู้เข้ารับการรักษา เพื่อป้องกันโยโย่เอฟเฟคที่แสนอันตรายนั้นเอง ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ หรือตั้งใจออกกำลังกายและควบคุมอาหารจะดีกว่าการเลือกทานยาลดความอ้วน และปลอดภัยมากกว่า